ลงทุนอสังหา ตอนที่ 19 | Major ชื่อนี้ ไม่ได้มีดีแค่โรงภาพยนตร์!!!

Major ชื่อนี้ ไม่ได้มีดีแค่โรงภาพยนตร์!!!

       หลายคนคงรู้จัก Major กันในนาม โรงภาพยนตร์ชั้นนำของไทยใช่ไหมครับ แต่ที่จริงแล้ว Major ไม่ได้มีดีแค่โรงภาพยนตร์ แต่ยังเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆของไทยอีกด้วย
       ซึ่งบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (MJD) ได้ทายาทรุ่นที่สองของตระกูลพูลวรลักษณ์ ของ จำเริญ พูลวรลักษณ์ เจ้าพ่อวงการโรงภาพยนตร์ในอดีต เข้ามาบริหารและได้สร้างผลงานจนได้รับรางวัล The Best Developer Thailand ในฐานะผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยม ในงานไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ปี 57
       ซึ่งได้ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในปี 42 โดยจัดตั้งบริษัท ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท พัฒนาโครงการ ทาวน์โฮม ลักษณะการ์เด้นวิว ในสไตล์คลัสเตอร์โฮม เป็นโครงการแรกมูลค่าโครงการหลักร้อยล้านบาท ก่อนที่จะพัฒนาคอนโดมิเนียมราคาสูง ภายใต้ชื่อ “โครงการ แฮมป์ตั้น” บนที่ดินทำเลทองย่านทองหล่อ ซอย 10 มูลค่า 964 ล้านบาท
      โดยแนวคิด ในการทำธุรกิจของ MJD คือ การมุ่งเจาะตลาดระดับบน เป็นช่องว่างทางการตลาดหลังจากปี 40 เป็นต้นมา โดยเน้นเฉพาะทำเลในย่านธุรกิจ และแนวรถไฟฟ้า
       จากความสำเร็จในสองโครงการแรก ทำให้บริษัท MJD เดินหน้าพัฒนาโครงการในแนวสูงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นบริษัทอสังหาฯ รายแรกๆ ในไทย ที่เริ่มทำโครงการคอนโดมิเนียมหรู หรือกลุ่ม Luxuryและ Super Luxury ซึ่งยุคนั้นมีเพียงไม่กี่โครงการ หลังจากที่ไทย เผชิญกับวิกฤติในปี 40 และจากนั้นอีก 8 ปี ได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2550 ด้วยทุนจดทะเบียนตั้งต้น 700 ล้านบาท
ถึงแม้บริษัทจะประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการเจาะตลาดบน โดยมีต่างชาติซื้อไม่น้อยกว่า 50% จนกระทั่งในปี 51 เกิดวิกฤติซับไพรม์ ในอเมริกา ต่อเนื่องมาถึงวิกฤติการเงินในยุโรป ทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทได้รับผลกระทบ จนทำให้ประสบปัญหาในเรื่องยอดขาย ที่ขาดกำลังซื้อจากต่างชาติ
       จากปัญหาที่กล่าวมา ทำให้บริษัท MJD ปรับกลยุทธ์ลงมาพัฒนาโครงการคอนโดฯ ระดับกลางภายใต้แบรนด์ M เพื่อสร้างสมดุล ให้กับพอร์ตการพัฒนาโครงการ หลังจากที่รายได้ของบริษัทปรับตัวลดลง
       และได้ปรับกลยุทธ์อีกครั้ง โดยการให้ความสำคัญกับการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้บริษัท และโครงการที่สร้างรายได้จากการเช่า อย่างการพัฒนาโรงแรม และอาคาร Mix Used โดยเริ่มโครงการแรกที่หัวหินในชื่อ มาราเกซ ที่มีทั้งคอนโดฯเพื่อขาย และโรงแรม ตามมาด้วยโครงการคอนโดฯ และอาคารสำนักงานอย่าง อิควิน๊อค ที่วิภาวดีรังสิต
       จนถึงปัจจุบัน บริษัท MJD ได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมกว่า 40 โครงการ อาทิ เอ็ม ทองหล่อ 10, เอ็ม สีลม, เอ็ม ลาดพร้าว, มาเอสโตร 39 สุขุมวิท 39, มาเอสโตร 02 ร่วมฤดี, สำหรับโครงการที่กำลังดำเนินการพัฒนา อาทิเช่น โครงการ เอ็ม จตุจักร, มาเอสโตร03 รัชดา-พระราม 9, มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี, มาเอสโตร 01 สาทร-เย็นอากาศ มูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท
       นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังปี 63 บริษัท MJD จะมีโครงการคอนโดฯ สร้างเสร็จใหม่พร้อมทยอยโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มเติมอีก 3 โครงการ มูลค่ารวมมากกว่า 7,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการมิวนิค สุขุมวิท 23, โครงการมารุ เอกมัย 2 และโครงการมารุ ลาดพร้าว สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,836 ล้านบาท เติบโต 43% โดยเป็นรายได้จากยอดโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการที่อยู่อาศัยถึง 92% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 118 ล้านบาท
       อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า MJD เป็นเจ้าแรกๆที่เข้ามาเล่นในตลาดบน ตั้งแต่หลังปี 40 ซึ่งเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ผู้เล่นยังไม่มากนัก เลยทำให้ประสบความสำเร็จอย่างสูง และเมื่อประสบปัญหาก็มีการปรับกลยุทธ์เอาตัดรอดได้ดี จึงได้ชื่อว่า Major ชื่อนี้ ไม่ได้มีดีแค่โรงภาพยนตร์
——————
ชัชวาลย์  วัฒนะโชติ  (คิม)
นักลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

Related Posts