รู้ไว้ไม่เจ๊ง! สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงทุนอสังหาฯ

รู้ไว้ไม่เจ๊ง! สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงทุนอสังหาฯ

หากคุณเข้ามาอ่านบทความนี้  คุณก็น่าจะเป็นคนมีความสนใจในการลงทุนอสังหาฯ  อยู่ไม่มากก็น้อย  บางท่านอาจจะแค่อยากศึกษาไว้เป็นความรู้  แต่บางท่านอาจต้องการพัฒนาไปเป็นนักลงทุนอสังหาฯอย่างเต็มตัว

ทำไมคุณถึงอยากลงทุนอสังหาฯ  ผมคงไม่สามารถเดาใจคุณได้หรอก  แต่สำหรับผมนั้น  ความน่าหลงไหลของอสังหาฯ  ที่มันต่างจากสินทรัพย์อื่นๆ  คือมันเป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตนจับต้องได้จริงๆ  เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่  มีความเฉพาะตัวในแต่ละที่  สามารถพลิกแพลงใส่ไอเดียต่างๆ  เพื่อเพิ่มกำไรได้ที่สำคัญที่สุดคือ  “สามารถลงทุนด้วยเงินคนอื่นได้”

แต่การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง  โดยเฉพาะอสังหาฯ  ที่มีราคาสูงเป็นหลักล้าน  ถ้าถามว่าเสี่ยงมากแต่ไหน?  คำตอบของผู้เริ่มต้นส่วนใหญ่ก็ตอบว่า “เสี่ยงมาก”  เพราะหลายคนก็คงมีภาพจำของวิกฤตต้มยำกุ้งปี 40  ที่บรรดาเศรษฐีอสังหาฯ  เรียงหน้ากันล้มละลาย  ทว่าหลังจากนั้นกลับมีเศรษฐีหน้าใหม่หลายคนที่สร้างตัวได้จากอสังหาฯ  ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าแม้มันจะเสี่ยง  แต่มันก็มาพร้อมโอกาส  คนที่มีความรู้ก็จะสามารถคว้าโอกาสนั้นไว้และลดความเสี่ยงลงได้

แล้วเราต้องรู้อะไรบ้างล่ะถึงจะลงทุนได้?   ถ้าถามแบบน้ีก็ขอตอบว่ามีสิ่งที่ต้องรู้เยอะมากๆ  เลยครับ  ทั้งความรู้เรื่องทำเล  วิธีการกู้แบงค์  ทำความเข้าใจลูกค้า  เข้าใจทรัพย์สิน  บางคนรู้ยันว่าโวฟาที่อยู่ในห้องนั้นผลิตมาจากที่ไหน  ต้องรู้กฎหมายเรื่องสัญญา  โดยเฉพาะโฉนดและภาษี  และยังมีอีกหลายเรื่องมากเลยครับ

ดูเยอะ  ยาก  วุ่นวายใช่ไหมครับ?  แล้วสุดท้ายเรามักจะแก้ปัญหาด้วยอะไรง่ายๆ  คือพอมีคนที่ดูมีความรู้  น่าเชื่อถือมาบอกคุณว่า  “คอนโดห้องนี้ปล่อยเช่าง่าย  ขายง่าย  การันตีกำไร 20% ”  คุณก็ตาลุกวาวอยากจะเป็นเจ้าของขึ้นมา ณ เดี๋ยวนั้นเลย  และสุดท้ายมักจะจบไม่สวย  คือถูกหลอก  แล้วก็ต้องขาดทุนมากมาย

ความจริงอสังหาฯ  มันไม่ได้ยากขนาดนั้นครับ  แม้ว่าข้อมูลที่ต้องรู้จะเยอะแค่ไหน  แต่คีย์ทีทำให้คนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนอสังหาฯ  แตกต่างจากคนอื่นมีอย่างเดียวคือ “จุดโฟกัส”  อธิบายแบบนี้ครับ  คือคนส่วนใหญ่มักเข้ามาลงทุนเพราะต้องการรวยเร็ว  จุดโฟกัสของเขาคือ  “กำไร”  เวลาหาข้อมูลต่างๆ  ก็ไม่อยากเสียเวลามาก  ขอให้ทำได้กำไรก็พอ  ซึ่งเขาพวกนั้นจะถูกชักจูงด้วยตัวเลขง่ายมากครับ  “กำไรเดือนละ  200,000″  อย่าช้าค่านายหน้า 700,000 บาท”  “ห้องสุดท้ายกำไรปีละ 10% ”  คือเอากำไรเป็นที่ตั้ง  แลัวค่อยไปหาข้อมูลเพิ่มเติม  ซึ่งคนที่เขาไปถามก็ดันเป็น “คนขาย”  ที่จะได้ส่วนแบ่งกำไรหากคุณตัดสินใจซื้อ  บอกได้คำเดียวเลยว่า “เชือดนิ่มๆ” ครับ

จุดโฟกัสในการลงทุนอสังหาคือ  “ผู้อยู่อาศัย”  คุณต้องเปลี่ยนแนวคิดว่าคุณไม่ได้เป็นนักลงทุนที่กำลังหากำไรสูงสุด  แต่คุณกำลังทำธุรกิจที่อยู่อาศัย  ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นเป็นนักลงทุนอสังหาฯ  ประเภทไหนก็ตาม  ทั้งซื้อปล่อยเช่า  เก็งกำไร  ซื้อมารีโนเวทแล้วขาย  หรือเป็นนายหน้า  คุณกำลังเล่นเกมเดียวกันคือ “จับคู่”  ที่อยู่อาศัยกับผู้อาศัยให้เหมาะสมกัน

ลองคิดในมุมลูกค้าดู  สมมติคุณกำลังหาคอนโดใกล้ๆ  ที่ทำงาน  แล้วคุณไปเจอนายหน้าคนนึงที่เป็นมิตรมากๆ  ตอบคำถามที่คุณอยากรู้ได้ทุกอย่าง  ว่าคอนโดนี้สามารถเข้าออกได้กี่ทาง  รถติดเวลาไหน  ห่างจากรถไฟเท่าไหร่  คุณจะเดินทางไปทำงานได้ด้วยวิธีไหนบ้างแต่ละวิธ๊นั้นจะถึงที่ทำงานได้กี่นาที  ค่าส่วนกลางเท่าไหร่  มีฟิตเนสให้ไหม  ที่นั่งส่วนกลางเปิดปิดกี่โมง  ถ้าต้องการใช้สระน้ำต้องทำอย่างไร  จะหาของกินจากที่ไหนได้บ้าง  ร้านกาแฟ  ร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน  ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วคุณจะไม่ซื้อคอนโดนี้เพราะว่าคุณคิดว่ามันไม่เหมาะกับคุณ  แต่เชื่อเถอะครับว่าคุณต้องอยากเมมเบอร์นายหน้าคนนี้เอาไว้  เผื่อโอกาสหน้าคุณอยากจะหาที่อยู่ใหม่  หรือถ้ามีเพื่อนอยากซื้อคอนโด  คุณก็จะแนะนำนายหน้าคนนี้ให้แน่นอน

กลับกัน  ถ้าคุณไปเจอนายหน้าอีกคนที่เล่ารายละเอียดว่า  คอนโดห้องนี้ดีไซน์เจ๋งมากๆ  ประดับตกแต่งได้สวยงาม  แต่เขาตอบคำถามเรื่องการเดินทางไปที่ทำงาน  และข้อมูลแหล่งของกินให้คุณไม่ได้  ถึงแม้ว่าความจริงแล้วคอนโดนี้จะเหมาะกับคุณก็ตาม  แต่คุณก็ไม่ซื้ออยู่ดี  เพราะว่าคุณไม่รู้ว่ามันเหมาะยังไง  ทำให้นายหน้าคนนี้พลาดโอกาสขายคอนโดให้คุณไปอย่างน่าเสียดาย

ผมไม่ได้บอกว่าการรู้รายละเอียดภายในห้องเป็นเรื่องที่ผิดนะครับ  มันขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์การอยู่อาศัยคืออะไร  ถ้าลูกค้าของคุณเป็นกลุ่มคนรวย  ต้องการความหรูหรา  ความสะดวกสบายภายในห้อง  คุณก็ต้องตอบคำถามเรื่องฟังก์ต่างๆในห้องได้

ถ้าคุณยังรู้สึกว่ายังไกลตัว  นึกภาพเวลาที่คุณไปเที่ยวต่างจังหวัด  แล้วเลือกที่พักก็ได้ครับ  คุณมีวิธีเลือกยังไงบ้าง  แล้วคุณคาดหวังบริการของโรงแรมแต่ละระดับยังไง  คุณจะถามอะไรพนักงานบ้าง  สุดท้ายมันคือ “ความสบายใจ”  ครับที่คุณต้องการ  ลองไปอ่านรีวิวโรงแรมแต่ละที่ดู  ส่วนใหญ่ก็จะพูดเรื่องสภาพห้อง  ความสะอาด  ทำเล  และการบริการ ฯลฯ  บางโรงแรมเล็กๆ  แต่ราคาไม่แพง  ถ้าบริการดีลูกค้าก็ “สบายใจ”  รีวิวก็จะประมาณว่า  “ถึงที่นี้จะห้องไม่ใหญ่  ห่างจากเมืองหน่อย  แต่ก็ไม่แพง  คุ้มราคามากๆ  เจ้าของแนะนำดีมาก  เราจะเช่ารถเขาก็ช่วยติดต่อร้านให้  ถ้าได้มาอีกก็จะกลับมาพักที่นี่อย่างแน่นอน”  อะไรประมาณนี้

สรุปว่าต้องรู้อะไรบ้าง ? คำตอบคือรู้ในสิ่งที่ทำให้ลูกค้าของคุณ “สบายใจ”  แล้วคุณจะเจอผู้อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับทรัพย์ของคุณได้ไม่ยากครับ

คำถามที่ถูกต้องจะนำไปสู่ความสำเร็จได้การตั้งคำถาม “ต้องรู้อะไรบ้างถึงจะไม่ขาดทุน?”  มันจะดึงดูดมิจฉาชีพเข้ามาหาคุณได้  แต่เพียงแค่คุณเปลี่ยนคำถามเป็น “ถ้าฉันเป็นผู้เช่า/ผู้ซื้อ จะอยากรู้อะไรบ้าง”  แค่นี้ข้อมูลต่างๆ  ที่คุณต้องรู้มันก็จะค่อยๆ  เข้ามาหาคุณเรื่อยๆ  แล้วไม่ช้าก็เร็วคุณจะประสบความสำเร็จได้แน่นอนครับ

Related Posts