ภาษาเศรษฐี ตอนที่ 9 | เคล็ดลับ รวยพันล้าน ภายในปีเดียว

เคล็ดลับ รวยพันล้าน ภายในปีเดียว

1

      การที่จะเป็นเศรษฐีพันล้านไม่ใช่เรื่องที่ยากเพียงแค่คุณไปอยู่ประเทศที่เกิด  hyperinflation หรือสภาวะเงินเฟ้อ  อย่างรุนแรงถ้าคุณ search ไปที่ google chrome จะเห็นแบงค์ใบนึง  แบงค์ใบ 100 ล้านล้านดอลลาร์zimbabwe คนรู้หรือเปล่าว่าประชาชนในzimbabwe  เป็นเศรษฐีพันล้านกันทุกคนเลยเพราะว่าแบงค์ธนบัตรใบนึงก็ประมาณ 100 ล้านล้านดอลลาร์zimbabwe แล้ว  แต่คุณรู้หรือไม่ว่าธนบัตรใบนี้ 100 ล้านล้านดอลลาร์zimbabwe  ซื้อไข่ไก่ได้เพียง 3 ฟองเท่านั้น  หลายคนอาจจะคิดว่าประเทศzimbabwe  อาจจะเป็นประเทศที่ไม่ได้พัฒนามาก  อาจจะเกิดวิกฤตได้ลองคิดใหม่ว่าเยอรมันเองก็เจอเหมือนกันเยอรมันเองก็เกิดhyperinflationหรือสภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง

15.1ตอนนั้นมีคำพูดตลกๆเล่าให้ฟังว่ามีคนหนึ่งเขาเอาเงินใส่รถเข็นมาซื้อผักในตลาดเผลอแป๊บเดียวรถเข็นหายแต่เงินยังอยู่นี่คือมุกตลกของคนในสมัยนั้นเลยคือว่าเงินมันไม่มีค่า  เงินเป็นกองแต่ว่าไม่มีค่ารถเครนยังมีค่ามากกว่านี่คือหน้าตาของอภิมหาเงินเฟ้อหรือ hyperflexion การเทียบราคาสินค้าราคาสิ่งของทุกอย่างเพิ่มขึ้นราคาแบบสูงมากโดยที่ไม่มีเพดานสูงไปเรื่อยๆในเยอรมันเองก่อนที่จะเกิด hyperinflation ราคาทองคำอยู่ที่หลักร้อยล้าน  แต่ตอนที่เกิดให้เปิด infestation ราคาทองมันขึ้นไปเป็นล้านๆ  ขึ้นไปไม่รู้กี่ล้านเท่าไม่ต้องพูดถึงราคาสิ่งของราคาของกินอุปโภคบริโภคต่างๆขึ้นไปมหาศาลเหมือนกันถ้าคุณเป็นราชการเกษียณในสมัยนั้นมีเงินเก็บอยู่ 100 ล้านล้านดอลลาร์ คุณจะคิดว่าคุณรวยมากแต่อยู่ดีๆเงิน 100 ล้านล้านดอลลาร์ ของคุณซื้อไข่ไก่ได้เพียงแค่ 3 ฟอง

มันหมายความว่าเงินเก็บทุกบาททุกสตางค์ของคนทั้งประเทศถูกขโมยกลายเป็นศูนย์หมดเลยนั่นหมายความว่าคนเยอรมันทุกคนเป็นคนจนเพียงชั่วข้ามคืน

การเกิด  hyperinflationหรือสภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง  มันเกิดขึ้นได้อย่างไรสมการ MV = PY เป็นสมการ

7

 การหมุนเวียนของเงิน   ตัวอย่าง  ผมไปกินข้าวแล้วให้ติ๊บเด็กเสิร์ฟให้ไป 1 ดอลลาร์  เด็กเสิร์ฟคนนี้เขาก็เอาเงิน 1 ดอลลาร์ไปขึ้นรถแท็กซี่จ่ายค่ารถแท็กซี่  พอรถแท็กซี่คันนี้ได้ตังค์เขาก็เอาไปเติมน้ำมันถ้าคุณเห็นไหมว่าเงิน 1 ดอลลาร์ของผมมันมีการหมุนเวียนกี่ครั้งหมุนเวียนเอาไปให้เด็กเสิร์ฟ 1 ครั้ง  เด็กเสิร์ฟไว้ให้แท็กซี่ 1 ครั้ง  แท็กซี่ไปเติมน้ำมัน 1 ถังหมายความว่าการหมุนเวียนคือ 3 ครั้ง

8      เหตุการณ์ในเยอรมันในปีสงครามโลกครั้งที่ 1 ในตอนนั้นเยอรมันเอาตัวเองออกจากมาตรฐานทองคำ  ทุกมาร์ค ของเยอรมันไม่สามารถเอาไปแลกทองคำได้แล้วคนส่วนใหญ่ตอนนั้นอยู่ในช่วงสงคราม  เขาก็ไม่อยากจะซื้อของอยากจะเก็บเงินทุกมาร์ค  มีค่ามากทุกคนก็พากันเก็บเงินเก็บเงินพอทุกคนเก็บเงินแล้วเกิดการหมุนเวียนของประเทศมันน้อย  คนไม่ใช้เงินไม่จับจ้ายใช้สอยยิ่งเก็บเงินเศรษฐกิจก็เริ่มฝืดเคืองเพราะว่าเงินมันไม่หมุนทำให้สมการ MV ลดลงการแก้ปัญหาของรัฐบาลก็คือว่าพิมพ์เงินเข้าไปนั่นก็คือการเพิ่มตัวM  เพื่อให้สมการฝั่งซ้ายยังคงอยู่ได้ภาวะการหมุนเวียนของเงินลดลงก็ต้องพิมพ์เงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้ซื้อบริการมันยังคงที่  ถ้าไม่พิมพ์เงินเศรษฐกิจก็แย่  พอพิมเงินปุ๊บสมการตัวนี้ก็ยังพอพยุงไปได้  คนก็ยังไม่ใช้เงินในช่วงแรกๆการพิมพ์เงินเข้าไปเยอะๆคือการเพิ่มปริมาณเงินเยอะราคาสินค้าอาจจะยังไม่เพิ่มขึ้นเมื่อเราใช้เวลาในการรับรู้ได้เยอะ  ก็ยังไม่หยุดพิมพ์เงินยังคงพิมพ์กันไปเรื่อยๆหน้าตาของนโยบายก็คือ  การอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบอย่างเช่น  ลดภาษี , การให้เงินช้อปปิ้งฟรี  คือพยายามเอาเงินให้ประชาชนเยอะๆ  เพื่อให้คนมีเงินเยอะ   เพื่อที่จะให้คนจับจ่ายใช้สอยเพราะถ้าคนไม่จับจ่ายใช้สอยเศรษฐกิจมันไปไม่ได้  มันก็จะแย่ลงพออัดฉีดเงินเข้าไปบางคนก็เริ่มจับจ่ายใช้สอยการหมุนเวียนก็ดีขึ้นแต่นั่นอยู่ในสภาวะสงครามนะคนส่วนใหญ่ยังไม่ใช้เงินทั้งหมดของเขาในการใช้สอยเขายังมีส่วนหนึ่งที่เก็บในช่วงสงคราม  จะต้องเก็บเงินออมเพื่อให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้คนส่วนใหญ่อยากเก็บเงินอยู่และส่วนน้อยเริ่มมาจับจ่ายใช้สอยกันแต่พอรัฐบาลอาชีพเงินหนักเข้าก็เริ่มรู้สึกรวยขึ้นอยู่ดีๆคุณได้ขึ้นภาษีทั้งหมดเลยซื้อบ้านในราคาถูกในช้อปปิ้งคนก็อยากจัดที่จะจ่ายเพราะทุกคนเริ่มรู้สึกว่ารวยคืนเศรษฐกิจไปได้แล้วสามารถใช้เงินได้แล้วเขาจะเอาเงินของเขาออกมาใช้เงินที่มีเยอะออกมาใช้และนั่นคือจุดตายของเศรษฐกิจการหมุนเวียนสมการของเราพอปริมาณเงินในระบบหรือตัว m มันเยอะขึ้นเยอะขึ้นและตัว v มันเพิ่มขึ้นด้วย 2 อันนี้พอมัอัดฉีดกันปริมาณเงินมันก็จะเยอะมากขึ้นด้วยสมการฝั่งซ้ายมันเยอะมหาศาลแล้วแล้ว GDP ไม่เพิ่มซึ่งผลผลิตของประเทศมันไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือธุรกิจดีขึ้นดังนั้น GDP  จะเท่าเดิมแต่ตัวที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนั่นก็คือตัว p คือราคานั่นเองในช่วงที่คนเริ่มจับใจใช้สอยเงินเอาเริ่มหมุนสะพัดราคาของในสินค้าเยอรมันพุ่งกระฉูด

6

ทองคำจากราคาไม่กี่ร้อยมาร์คกลายเป็นล้านๆมาร์ค  ตอนนั้นคนทุกคนแห่ไปซื้อทองคำต่อคิวเงินมาร์คของเขากลายเป็นเหมือนเผือกร้อนหรือมันเผาร้อนที่ทุกคนต่างจะต้องทิ้งเงินยิ่งทิ้งเงินตัววีก็ยิ่งมากขึ้นแบบผู้สะพรั่งและนั่นเป็นตัวเหตุที่ทำให้สินค้าแพงทะลุเพดานทุกคนในประเทศจนลงเฉียบพลันจนลงไม่ได้หมายถึงว่าเงินเขาน้อยเงินเขาเยอะแต่เงินของเขาไม่ได้มีค่าอะไรหลายคนก็สงสัยว่าตอนนี้อเมริกาหรือว่าประเทศหลายๆประเทศเขาก็พิมพ์เงินทำไมมันไม่เกิน hyperinflation สักทีล่ะก็เพราะว่าตัววีการหมุนเวียนของเงินมันน้อยเพราะเวลาที่เขาอัดฉีดเงินเงินดอลลาร์ของอเมริกาอยู่ที่ธนาคารกลางของทุกประเทศธนาคารกลางเขาเก็บเงินของตัวเองเป็นทุนสำรองเขาเก็บเป็นทุนสำรองปุ๊บมันก็ไม่มีการหมุนตัว V  มันน้อยแต่ตัว M มันเยอะมันก็ไม่เกิดการเฟ้อของเงินแต่ข้อสังเกตก็คือว่าถ้าวันนี้เงินดอลลาร์เสื่อมค่าคนไม่ไว้ใจเงินดอลล่าแล้วธนาคารของทุกประเทศที่เงินดอลลาร์มาเมื่อไหร่  ทิ้งไปที่อเมริกาหรือส่งเงินคืนไปที่อเมริกาทุกบาททุกสตางค์  อเมริกาเกิด hyperinflation แน่นอนเพราะว่าปริมาณเงินมันสูง แต่ว่าที่เงินมันอยู่ได้เพราะส่วนใหญ่อยู่ที่คนรวยอยู่ที่ธนาคารอยู่ที่มหาเศรษฐีเงินมันเลยไม่ถึงข้างล่างสักทีแล้วมันก็ถึงไม่ได้ถ้ามันถึงมันจะล้มทั้งระบบสรุปสุดท้ายคนเริ่มมาว่าถ้าเกิดให้เปิด inception ว่าจะต้องเกิดภาวะเงินฝืดหรือว่าเศรษฐกิจตกต่ำเศรษฐกิจตกต่ำมากๆก็ยังไม่ได้แย่เท่าไหร่แต่สิ่งที่ตามมาคือการแก้ปัญหาของรัฐบาลรัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อให้เศรษฐกิจของเขากับคืน        คุณรู้หรือเปล่าว่ารัฐบาลเริ่มอัดฉัดมันเป็นสัญญาณของเศรษฐกิจที่ไม่ดี

Related Posts