ภาษาเศรษฐี ตอนที่ 5 | อย่าคิดว่าเงินของคุณปลอดภัย

อย่าคิดว่าเงินของคุณปลอดภัย

2

แหล่งเก็บเงินที่เราคิดว่าปลอดภัยที่สุดนั่นก็คือธนาคาร  ระบบทุนนิยมจะขาดธนาคารเป็นไปไม่ได้เลยเพราะมันคือหัวใจหลัก   ในการขับเคลื่อนระบบในการโอนถ่ายเงินจากคนนึงมาอีกคนนึง  ในการสร้างความมั่งคั่งต่างๆมีคำคมนึงของ Robert T.Kiyosaki   ผู้เขียนหนังสือพ่อรวยสอนลูก  เขาเปรียบเปรยเอาไว้ว่าถ้าเปรียบเสมือนเหรียญ  คนรวยคือฝั่งหนึ่งของเหรียญและคนจนเปรียบอีกฝั่งหนึ่งของเหรียญ  และธนาคารจะเป็นขอบเหรียญ  ธนาคารมีหน้าที่เอาเงินของคนส่วนใหญ่ไปให้คนส่วนน้อย  กระบวนการ        การทำงานของธนาคารอย่าเพิ่งตัดสิน  ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าเขาทำงานอย่างไรหน้าที่หลักๆของธนาคารที่คนทั่วไปเข้าใจ

1. ฝากเงิน  รอเอาเงินไปฝากธนาคารเราก็จะได้ดอกเบี้ยธนาคารถ้าเปรียบก็เหมือนว่าเราเป็นเจ้าหนี้ธนาคารเงินฝากของเราในธนคารเป็นหนี้ของธนาคาร

3-horz

2. ปล่อยกู้  ธนาคารเอาเงินที่เขามีมาปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ยมากกว่าเงินที่ฝากและมากกว่าดอกเบี้ยที่เขาจ่ายให้เราเช่น  เงินฝากตอนนี้ดอกอยู่ที่ 0.75 จะไม่เกิน 1 บาทแต่ดอกเบี้ยกู้เฉลี่ยก็คือประมาณ 8 บาท  ธนาคารเอาเงินประชาชนมาที่ดอกเบี้ย 1% คือ 1 บาทนั่นเองแล้วเอาเงินตรงนี้ไปปล่อยกู้ต่อได้ดอกเบี้ย 8 บาท  แปลว่าถ้าทำสมบูรณ์ 100% ธนาคารจะได้กำไรปีละ 7% ถ้านับจากวงเงินจริงๆเขาควรจะได้ประมาณ 7% เพราะว่าดอกเงินกู้มัน 8 บาท  เงินฝาก 1 บาทหักลบกันเหลือ 7% แต่ความจริงแล้ว 7% นี้เป็นแค่ตัวเลขหลอกๆ  ความจริงแล้วธนาคารทำเงินกำไรได้มากกว่านั้นเยอะเพราะเขาทำกำไรผ่านจากพลังทวีเพื่อให้เข้าใจมากขึ้นขออธิบายกฎของการทำงานธนาคารให้ฟังว่าสมมุตินาย a เขาเอาเงินมาฝากธนาคารฝาก 100 บาท  ดังนั้นบัญชีนายเอหรือ account ของนายเอจะมีเงินอยู่ 100 บาทพอเงิน 100 บาทเข้าไปในธนาคารB แล้ว  พอธนาคารBได้เงิน 100 บาท  ธนาคารB ก็จะปล่อยกู้แต่ว่ามันมีกฏอยู่ข้อนึงที่ว่าธนาคารต้องมีเงินทุนสำรองเอาไว้ไม่สามารถปล่อยกู้ได้ทั้งหมด 100% ธนาคารจึงปล่อยกู้แค่เพียง 90 %  ของเงินทั้งหมดหมายความว่าเงิน 100 อันนี้ธนาคารนั้นปล่อยกู้ได้แค่ 90 บาทและ 10 บาทเขาเรียกว่างินสำรองเผื่อมีคนมาถอนเงินจะเห็นว่ากฎของธนาคารเขามีความระวังพอสมควรเขาไม่ปล่อยกู้หมดร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะว่าถ้าปล่อยกู้หมดทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เวลาที่คนมาถอนเงินก็จะไม่มีเงินให้เขาถอนถ้าลองมองบัญชีของธนาคารB ตอนนี้ธนาคาร B จะมีหนี้ทั้งหมด 100 บาทเป็นหนี้เงินฝากจากนายA และมีลูกหนี้อยู่ 90 บาทและมีเงินสดสำรองอยู่ 10 บาทธนาคารมีเงินสดอยู่ 10 บาทแต่มีหนี้  ถึง 100 บาทส่วนของหนี้มันคือ 10 เท่า  ถ้าเจ้าหนี้เรียกหนี้คืนทั้งหมดธนาคารจะไม่สามารถจ่ายคืนได้เลยสมมุติว่าธนาคาร ฺB มีลูกหนี้อยู่แค่คนเดียวแล้วนาย A จะขอถอนเงินทั้งหมดธนาคารจะเอาเงินจากไหนมาให้นายA  เพราะว่าธนาคารกว่าจะเรียกเงินกู้คืนได้จากคนที่กู้ไปก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆบางครั้งอาจจะเรียกคืนไม่ได้เลยด้วยซ้ำเพราะว่าเขาก็เอาเงินไปใช้หมดแล้วแต่ธนาคารไม่ได้มีแค่นายA  คนเดียวที่มาฝากด้วยมีคนหลายๆคน  ที่มาฝากเงินกับเขาทำให้ต่อให้มีนาย a ถอนไปนาย b นาย C ถอนไปแต่คนอื่นๆก็ยังฝากอยู่ถ้าไม่แค่ 10% ของเขายังยังพอหมุนให้กับคนที่ถอนเงินได้อยู่

7.1

คำถาม  ก็คือว่าถ้าทุกคนไปถอนเงินทั้งหมด  ธนาคารจะอยู่อย่างไรสัดส่วนหนี้ 10 เท่าขนาดนั้น

→  ไม่มีทางที่จะหาเงินมาให้ผู้ถอนได้ทั้งหมดหลายคนอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกแต่ความจริงมันมีแล้วการถูกถอนเงินแห่ถอนเงินในปี 40 ในปีวิกฤตต้มยำกุ้งนั่นเองประชาชนแห่กันไปขอถอนเงินธนาคาร  แล้วธนาคารก็ไม่มีเงินให้เพราะปล่อยกู้ไปหมดแล้วทางออกที่เขาทำได้ก็คือการเรียกเงินกู้จากนักธุรกิจที่กู้เงินไปคุณลองนึกภาพว่าตอนนั้นกำลังสร้างตึกตึกนึงอยู่และการกู้สร้างตึกขอให้เป็นงวดๆ 2 งวด , 3 งวดจนกว่าตึกจะเสร็จสมมุติว่าคนสร้างไปเกือบจะเสร็จแล้วแต่เงินก็สุดท้ายเงินมันไม่ออกมาและยังไม่พอเงินก้อน 1 ก้อน 2 คนถูกดึงกลับไปด้วยถูกระงับถูกดึงออกไปด้วยคุณจะสามารถสร้างตึกได้หรือไม่เพราะฉะนั้นในปี 40 จะเห็นตึกร้างบ้านร้างเยอะมากเพราะธนาคารดึงเงินกู้  ขอคืนเงินกู้ออกมาทั้งหมดเลยถึงจะดึงยังไงมันก็เอาไม่อยู่ธนาคารหลายที่ก็ต้องล้มละลายต้องเจ๋งต้องเพิ่มทุนอยากธนาคารอะไรธนาคารก็ต้องไปหาเงินทุนจากต่างประเทศเอาหุ้นกู้  ที่ดอกเบี้ยสูงมากเพื่อดึงเงินเข้ามาเพื่อที่จะให้ธนาคารยังอยู่ได้เวลาที่คุณถอนเงินพร้อมๆกัน  จะขาดสภาพคล่องสุดๆแปลว่าธนาคารที่คุณบอกว่ามั่นคงพอเกิดวิกฤตปุ๊บไปที่แรกเลย

8

  ผมเคยฟังสัมภาษณ์ของดร.นิเวศน์   ดร.นิเวศน์ที่เป็นกูรู vi ท่านเคยบอกว่าผมจะไม่ลงทุนในหุ้นธนาคารเลยเพราะว่าผมเป็นคนนึงที่ทำงานในแวดวงธนาคารมาก่อนเพราะเวลาเกิดวิกฤตธนาคารจะไปที่แรกเลยไปก่อนใครเลยซึ่งนั่นคือความจริง       ทำไมธนาคารต้องสอนว่าเงินฝากเป็นเงินที่มั่นคงที่สุดไม่ว่าจะเป็นตำราไหนเขาสอนแบบนี้คุณไม่สงสัยบ้างหรอว่าเวลาที่เกิดวิกฤตทุกธนาคารจะไปคนแรกเพราะธนาคารยืนอยู่ได้ด้วยความเชื่อใจความมั่นใจถ้าทุกคนมั่นใจในธนาคารธนาคารก็ยังอยู่ได้เพราะไม่มีคนถอนเงินแต่ถ้าคนไม่มั่นใจในธนาคารต่างก็พากันแห่ถอนเงินออกมาความเชื่อใจมันไม่มีแล้วธนาคารก็ไม่สามารถอยู่ได้เพราะธนาคารทำเงินจากคนอื่นดังนั้น  คำสอนทางการเงินต่างๆควรต้องฟังต้องคิดว่ามันออกมาจากปากใครคิดให้รอบด้านว่าเขาต้องการอะไรหลายคนอาจจะมองว่าผมเกลียดธนาคารหรือเปล่ามาบอกอะไรแบบนี้ผมต้องบอกก่อนเลยว่าผมรักธนาคารมากที่ผมเติบโตได้ก็เพราะธนาคารทุกแห่งทุกที่คนหลายคนจะมองโลกเป็นแค่ลบกับบวกแต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่มีหรอกที่เป็นขาวกับดำมันมีแค่สิ่งที่เกิดขึ้นผู้เล่นที่อยู่ในตลาดผู้เล่นที่อยู่ในโลก  เพราะถ้าเรามีความคิดเห็นตัดสินว่าคนนี้เป็นคนเลวคนนี้เป็นคนดีพอมีความคิดเห็นแบบนี้เกิดขึ้นคุณจะเริ่มมีอคติคุณจะมองไม่เห็นเลยว่าสิ่งที่เขาทำมันคืออะไร  ,  มีอะไรบ้าง  ในโลกนี้ไม่มีผู้ร้ายและผู้ดีมันมีแต่ผู้เล่นถ้าในระบบธนาคารไม่ดีจริงๆมันอยู่ไม่ได้มาเป็นหลายร้อยปีหรอกแน่นอนว่ามันมีบางส่วนที่มันไม่ดีบางส่วนที่มันดีอย่าไปติดที่ว่าข้อดีไม่ดี   ด้านดีเราใช้มันเราสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ด้านไม่ดีก็อย่าไปใช้มัน

นี่คือเกมของคนรวยนั่นเองสุดท้ายอยากจะฝากไว้ว่าอย่าไปยึดติดกับสิ่งที่ดีหรือไม่ดีในโลกนี้มีสองด้านเสมอธนาคารก็เช่นเดียวกันให้คุณเอาด้านดีของเขามาทำประโยชน์ให้กับคุณและอันไหนที่เป็นด้านไม่ดีคุณต้องระวังและรู้ให้ทัน

Related Posts