ภาษาเศรษฐี ตอนที่ 4 | วิธีเพิ่มเงินเป็น 10 เท่าในเวลาอันสั้น

วิธีเพิ่มเงินเป็น 10 เท่าในเวลาอันสั้น 

มีระบบนึงที่สามารถทำเงินได้เป็น 10 เท่าโดยใช้เวลาไม่นานและสามารถทำได้ด้วยกันทั้งโลกนั่นคือระบบธนาคาร   ลองมองย้อนกลับไปในอดีตก่อนที่จะมีธนาคารไม่เคยมีวิกฤตเศรษฐกิจเลยสักครั้งเดียวแต่พอธนาคารเกิดขึ้นมาวิกฤตเศรษฐกิจก็เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประเทศเวเนซุเอลา , กรีซแล้วก็ยุโรป  และในอีกหลายๆประเทศ  ที่ยังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอยู่  ระบบธนาคารเสียเงินเพิ่มเป็น 10 เท่าได้อย่างไรระบบการทำงานของธนาคาร  สมมุติ  นาย A ต้องการฝากเงินให้กับธนาคาร B 100 บาทธนาคาร B จำเป็นต้องเก็บเงินไว้ส่วนหนึ่ง 10 % ของยอดเงินเต็ม100 % ดังนั้นเงินฝาก 100 บาทธนาคารจะเก็บไว้ 10 บาทและ 90 บาทธนาคารจะปล่อยกู้สมมุติปล่อยกู้ให้กับนายC  แล้วนาย C ไปซื้อรถกับนาย D 90 บาท  นายC ก็ให้เงินนายD ไป  และนาย D ก็ต้องเอาไปฝากธนาคาร  ให้เป็นธนาคาร E  ถ้านายA เปิดสมุดบัญชีของตัวเองดูเขาจะเห็นว่ามีเงินอยู่ 100 บาท  แต่ในความเป็นจริงมันอาจจะมีไม่ถึง 100 บาท  เพราะมันถูกเอาไปแปลงเป็นอย่างอื่นของธนาคารไปเยอะแต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญถ้าคุณลองไปมองดูของนายD  มีเงินในบัญชี 90 บาทถ้าเรามองเงินในระบบทั้งหมดมันจะมีเงิน 100 จากธนาคาร B และ 90 ในธนาคาร  มีเงินในระบบมี 190 บาท  แล้วจากเงิน 100 โตขึ้น

1

แต่มันยังไม่จบเท่านี้ธนาคาร E ก็ยังเอาเงินของนาย D ไปปล่อยกู้อยู่ต่อการปล่อยกู้ก็เหมือนเดิมเขาเก็บไว้ 10% และปล่อย 90% ให้กู้ในนี่ก็คือเก็บเอาไว้ 9 บาท  และก็ทำต่อไปเรื่อยๆทุกครั้งที่วนไปเรื่อยๆเงินในระบบธนาคารจะมีค่าสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนสุดท้ายเงินในระบบนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า  กำลังจะบอกทุกคนว่าเงินเงินทั้งหมดที่อยู่ในประเทศนี้หรือโลกใบนี้ 90% ตามทฤษฎีเป็นเงินที่มาจากหนี้ธนาคารและเงินสดจริงๆมีเพียง 10% เท่านั้นเองและตัวเลขจริงๆจากงานวิจัยที่เขาวิจัยมาบอกว่าเงินทั้งหมด 95 %  มาจากระบบธนาคารเงินจริงๆมีแค่ 5 %  เท่านั้นเองด้วยกระบวนการระบบลูกโซ่ของธนาคารมันทำให้เงินในระบบมีอยู่เยอะมากและเงินในระบบที่เยอะขึ้นเยอะขึ้นมา 10 เท่ามันมีข้อดีอย่างไร

2

การที่มีเงินเดินระบบเยอะ  คนจะรู้สึกว่ารวยขึ้นเพราะว่าเงินมันสะพัดถ้าคุณยังจำปี 40 ได้เงินถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเยอะมากเพราะเงินมันก็จ่ายไปในธนาคาร  เงินมันกระจายไปอยู่เต็มประเทศเพราะฉะนั้นคนทุกคนรวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและในทางกลับกันต่อให้เอาเงินของเขาออกไปนอกประเทศเงินที่มันหมดจากภายในระบบเงินที่มันถูกกระจายจากธนาคารหรือพวกลูกโซ่มันก็ต้องถูกสูบเข้าไปด้วยทั้งหมดลองนึกภาพว่าอยู่ดีๆเงินที่กระจายเป็น 10 เท่าโดนดูดไปหมดมันก็จะฝืด  พอเงินฝืดเศรษฐกิจก็พังไปต่อไม่ได้การรักษาเงินให้มีปริมาณลูกโซ่modifyมันต้องทำแต่สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการกระตุ้นการจับจ่ายถ้าคุณได้ลองมองย้อนกลับไปในอดีตรัฐบาลแต่รัฐบาลจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือว่า shopping ช่วยชาติ

3

ทำไมต้องช้อปปิ้งด้วยคุณเคยตั้งคำถามกันไหมก็เพราะว่าเวลาที่คนได้จับจ่ายใช้สอยเงินมันถูกเปลี่ยนมือเงินมันหมุน  พอเงินมันหมุน  ระบบลูกโซ่หรือระบบการธนาคารมันก็จะหมุนต่อไปทำให้เงินยิ่งหมุนมันก็ยิ่งมากขึ้นแต่กลับกันถ้าคนเริ่มไม่จับจ่ายใช้สอยคนเริ่มไม่ซื้อของคนเริ่มเก็บเงินจริงๆ  เก็บเงินอยู่กับตัวการหมุนของเงินมันก็จะเริ่มช้าลงช้าลงมันก็จะเริ่มหดลงจากการเงินที่มันหมุนมันก็จะลดลงอย่างรวดเร็วจาก 10 เท่า  อาจจะเหลือแค่ 5 เท่า  ถ้าคนเริ่มไม่จับใจใช้สอยเริ่มไม่มีการหมุนเวียนของเงินและนั่นคือสัญญาณการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างตอนนี้ธนาคารยังบริษัท SME หรือว่าธนาคารอะไรก็ตามเขาพยายาม  กระจายเงินให้ถึงล่างที่สุดอย่างเช่น  เงินที่แก้ไขหนี้นอกระบบเกษตรกรเองก็ด้วย

Related Posts