ภาษาเศรษฐี ตอนที่ 38 | จากราชา สู่ยาจก ด้วยฝีมือรัฐบาล.. | บทเรียน วิกฤตเวเนซุเอลา

จากราชา สู่ยาจก ด้วยฝีมือรัฐบาล.. | บทเรียน วิกฤตเวเนซุเอลา

 Screen Shot 2563-07-21 at 10.39.52

ประเทศเวเนซุเอลา  ที่เกิดเงินเฟ้อขึ้นอย่างมหาศาล  ผู้คนต่างอดยาก  ไฟฟ้าก็ดับๆติดๆ  ประชาชนต่างพาประท้วง  ในความเป็นจริงแล้วประเทศเวเนซุเอลาเคยเป็นประเทศที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของฝั่งอเมริกาใต้  และยังเป็นอันดับ 1 ในเรื่องของปริมาณน้ำมันดิบในโลกหากเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันสำรองของประเทศเวเนซุเอลาในประเทศไทยมีมากกว่าถึง  6,100  เท่า  โดยรายหลักคือมากจากน้ำมัน  มีอัตราส่วนในการส่งออกร้อยละ  90 ของประเทศ  และครั้งนึงก็เคยเป็นประเทศที่มีความร่ำรวยมากที่สุดในละตินอเมริกา  ด้วยในเรื่องของทรัพยากรที่มีมากขนาดนี้

Screen Shot 2563-07-21 at 10.49.55

ย้อนกลับไปในสมัยที่ นายอูโก ชาเบซ  ดำรงตำเเหน่งเป็นประธานาธิบดี  ในปี 1999  โดยนายอูโก ชาเบซ  เป็นประธานาธิบดีโดยใช้ระบบประชานิยมในการปกครอง  โดยทำการอุดหนุนสาธารณูปโภคต่างๆในประเทศ  ทำให้ประชาชนชอยเพราะว่าทุกอย่างใช้ฟรี  ประชาชนทุกคนร่ำรวย  อยู่ดีกินดี  เนื่องจากเป็นประเทศที่ร่ำรวยจากการเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกจึงทำให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องทำงานก็ได้เพราะถึงอย่างไรรัฐบาลก็เลี้ยงและดูเเลเป็นอย่างดี

แทนที่จะให้คนในประเทศผลิตสินค้าเป็นของตัวเองแต่กลับส่งเสริมการนำเข้า  และทำการตรึงค่าเงินโบลิวาร์ของตัวเองเอาไว้  เนื่องจากหากนำของเข้าในประเทศและทำให้ค่าเงินของตัวเองแข็งจะทำให้สามารถนำเข้าของได้ในราคาที่ถูก  ประชาชนก็ได้บริโภคของที่ราคาถูกด้วย  ประกอบกับการอุดหนุนสาธารณูปโภคหลายอย่าง  เช่น  น้ำมัน , การปะปา ,ไฟฟ้า  และยังส่งเสริมให้ประชาชนใช้ของถูก  ทำให้บริษัทเอกชนต่างๆยากที่เข้าจะเข้ามาแข่งขันกับรัฐบาล

ดังนั้นเมื่อไม่เกิดการเเข่งขันที่เท่าเทียม   โอกาสที่เอกชนจะเติบโตก็ค่อยข้างยากทำไห้ไม่มีผลิตผลสร้างสิ่งใหม่หรือสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ  ในประเทศเวเนซุเอลา

จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจนั่นคือ  ในปี 2003  ที่ประธานาธิบดีอูโก ชาเบซ  ทำการตรึงอัตราค่าเงินของตัวเอง

(การตรึงค่าเงิน  หรือการควบคุมค่าเงินของตัวเอง  หากได้มองย้อนกลับไปในปี  2540 ในประเทศไทยจะตรึงค่าเงินบาท  คือการที่จะพยายามทำให้อัตราการเเลกเปลี่ยนคงที่หรือเป็นไปตามที่กำหนดไว้  แต่หากถ้าตรึงไปแล้วจำเป็นที่จะต้องที่เงินสำรองจำนวนมากเพราะว่า  เวลาที่ค่าเงินเหวี่ยงต้องเอาเงินที่เป็นเงินสำรองไว้ไปทำการอุดหนุนเพื่อให้ค่าเงินอยู่ในเรทที่ต้องการ )

Screen Shot 2563-07-27 at 15.36.40

ดังนั้นการที่ประเทศเวเนซุเอลาทำการควบคุมค่าเงินตัวเอง  ที่จะลดเพิ่มหรือทำให้ค่าเงินเเข็ง  จำเป็นที่จะต้องใช้เงินสำรองอุดหนุนอย่างหนักหน่วง  ทำให้เงินทุนสำรองในระหว่างประเทศลดน้อยลงไปเรื่อยๆต่อมาในปี  2010  เงินสำรองระหว่างประเทศเวเนซุเอลาเริ่มที่จะหรอยหรอ  หรอยหรอเพราะว่าต้องเข้าไปอุ้มเรื่องของอัตราการแลกเปลี่ยนที่ต้องทำให้คงที่  ซึ่งในตอนนั้นอัตราการเเลกเปลี่ยนค่าเงินของประเทศเวเนซุเอลาสูงเกินความเป็นจริงไปค่อนข้างเยอะมาก  เพราะว่าสินค้าบางอย่างทางรัฐบาลต้องการที่จำทำให้ราคาถูกมากๆ  จึงขึ้นอัตราการเเลกเปลี่ยนที่แข็งเเรงเพื่อที่จะซื้อได้ในราคาที่ถูก  แต่ว่ามันมีอัตราการเเลกเปลี่ยนหลายระดับ  มีประมาณ 3 ระดับ เช่น  6.3 โบลิวาร์ต่อดอลลาร์  ต่ำที่สุดคือ 50 โบลิวาร์ต่อดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งการควบคุมราคาได้แบ่งเป็นหลายชั้นแบบนี้ทำให้เกิดคนเริ่มทำการเก็งกำไรค่าเงินโดยการที่ไปแลกในราคาที่ถูกๆมาให้รัฐบาลแพง  และก็เกิดการคอรัปชั่นเรื่องของค่าเงินอย่างแรง  ซึ่งก็เป็นสาเหตุนึงที่ทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงไปเรื่อยๆ

1024px-Nicolás_Maduro,_president_of_Venezuela_(2016)_cropped

ต่อมาในปี 2013  ได้มีการเปลี่ยนประธานาธิบดีเป็นนประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร   หลังจากที่ประธานาธิบดีอูโก ชาเวซ  เสียชีวิตในวัย 58 ปี  ซึ่งในช่วงการปกครองของประธานาธิบดีอูโก ชาเวซ  ประเทศเวเนซุเอลายังไม่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจที่ใหญ่โต  ยังไม่เกิดฮเปอร์อินแฟลตชั่น แต่ว่านโยบายต่างๆที่ถูกฝังรากมาตั้งแต่ในสมัยนั้น  ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่นประธานาธิบดีนิคลัส มาดูโร

Screen Shot 2563-08-02 at 13.56.54

หลังจากที่ประธานาธิบดีนิคลัส มาดูโร  ได้รับตำแหน่งได้ 3 ปี  ในปี 2016  ราคาน้ำมันดิบที่เคยดีกลับตกต่ำลงต่ำกว่า 30   ดอกลาร์ต่อบาร์เรล  รายได้หลักที่มาจากการขายน้ำมันดิบก็หายไปเป็นอย่างมาก  ทำให้วิกฤตเข้ามาสู่ประเทศเวเนซุเอลาทันที

รายได้ลดลงขนาดนี้แต่รายจ่ายกลับไม่ลดลงตามยังต้องอุดหนุนสาธารณูปโภคต่างๆ  และอุดหนุนประชานิยมต่างๆอยู่ตลอดเวลาทำให้ทุนสำรองของประเทศเวเนซุเอลาลดต่ำลงไปหนักมาก  ซึ่งในปี 2019  ต่ำไปถึง  6,600 ล้านดอลลาร์ซึ่งนี้คือสถิติที่ต่ำที่าสุดในรอบ  30 ปี

Screen Shot 2563-08-02 at 14.06.30

ถ้ากล่าวถึงปัญหา  นั่นคือการพึ่งพาน้ำมันมากเกินไปและนิยมให้ประชาชนทำการซื้อของจากนอกประเทศ  เพื่อนำเข้ามาในประเทศทำให้สินค้าในประเทศไม่สามารถที่จะเเข่งขันกับต่างประเทศได้  หรือแม้แต่กระทั่งการอุดหนุนสินค้าเกษตรกรให้คนในประเทศสามารถผลิตออกมาโดยที่อาจจะไม่ต้องมีคุณภาพสูงก็ได้  เพราะว่าถึงยังไงรัฐบาลก็อุดหนุน  ประชาชนก็เริ่มรวย  แต่ในเรื่องของการเเข่งขันการเรียนรู้  ไม่สามารถที่จะเเข่งขันได้หรือไม่มีสินค้า  เทคโนโลยีที่จะไปขายออกนอกประเทศได้  มีรายได้หลักเพียงทางเดียวนั่นคือ  น้ำมัน  แล้วเมื่อน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็วมันจึงกระทบไปในทุกภาคส่วนประกอบกับการคอรัปชั้นที่มีมาอย่างยาวนาน   ทุนสำรองของประเทศก็หร่อยหรอเมื่อเจอวิกฤตน้ำมันครั้งนึงระบบเศรษฐกิจจึงพัง  ทำให้ประเทศเวเนซุเอลาต้องทำการกู้เงินจากประเทศรัสเซียและประเทศจีน   ซึ่งทำการกู้เงินเป็นจำนวนมากเมื่อคิดจากสัดส่วนหนี้ต่อทุนสำรองระหว่างประเทศคือ  120 เท่า

Screen Shot 2563-08-02 at 14.19.50   Screen Shot 2563-08-02 at 14.22.24

Screen Shot 2563-08-02 at 14.24.03

รัฐบาลทำการอัดฉีด  และพิมพ์เงินเข้าไปในประเทศทำให้ค่าเงินโบลิวาร์ของประเทศเวเนซุเอลาเฟ้อหนักขึ้นเรื่อยๆ  และเกิดเป็นไฮเปอร์อินแฟลตชั่นในที่สุด  ซึ่งในบางเดือนอัตราเงินเฟ้อสูงถึง  18,000%  ทำให้เงินโบลิวาร์เป็นเหมือนเศษกระดาษ  แม้กระทั่งจะซื้อเพียงกระดาษทิชชูสักม้วนก็มีมูลค่าสูงถึง  2.6  ล้านโบลิวาร์  ลองนึกภาพว่าถ้าวันนี้สินค้าในประเทศสูงถึงหลักล้าน  ทำให้คนในประเทศจนลงอย่างเฉียบพลัน

หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าเงินเฟ้อก็ดีกว่าเงินฝืด  แต่ในความหมายของเงินเฟ้อก็คือ  ค่าเงินของคุณถูกขโมยไปเรื่อยๆ  ถ้าเงินเฟ้อ 3% หมายความว่าในทุกๆปีเงินของคุณ 100  บาทจะหายไปประมาณ  3 บาท  แต่การที่เงินค่อยๆหายไปหรือใช้เวลานานๆ  ผู้คนก็อาจจะไม่ได้รู้สึกว่าเงินหายไป  แต่เมื่อค่าเงินมันหายไปอย่างรวดเร็ว  อย่างเช่นประเทศเวเนซุเอลาที่หายไปครั้งนึงถึง  18,000%  หมายความว่าเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าของคุณมันแทบจะไร้ค่าหรือไม่มีค่าเลย

Screen Shot 2563-08-02 at 14.40.07

สมมติว่าคุณเป็นคนที่เงินฝากอยู่ในธนาคารประมาณ  14 ล้านโบลิวาร์  ในสมัยคุณอาจจะเป็นคนที่ร่ำรวยแต่เมื่อเกิดเงินเฟ้อเงินจำนวน  14 ล้านโบลิวาร์  สามารถซื้อไก่ได้เพียงแค่ 1 ตัวเท่านั้น

เมื่อสินค้าในประเทศสูงขึ้นเรื่อยๆ  รัฐบาลก็จำเป็นที่จะต้องขึ้นค่าเเรงราชการ  อัดฉีดเงินต่างๆ  แต่ว่าก็เป็นการที่เกิดอัตราเร่งของเงินเฟ้อ  เช่น  ขึ้นค่าเเรงสินค้าก็เพิ่มสูงขึ้น  ซึ่งก็วนเป็นวัฎจักรไป

ซึ่งในปี  2018  ทางรัฐบาลก็ได้ทำการตัดเลขศูนย์  5 ตัวเพื่อที่จะทำให้เงินไม่เฟ้อ  แต่ในความเป็นจริงมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือไม่คลี่คลายปัญหาได้จริงๆ

ซึ่งเหตุการณ์เงินเฟ้อผู้ที่ได้รับผลกระทบมากจริงๆก็คือ  ประชาชน  เพราะว่าค่าครองชีพเเละเขาไม่ได้มีรายได้มากพอที่จะสามารถใช้จ่ายซื้อของได้  เงินเก็บที่เขามีกลายเป็นศูนย์หมด  ชาวบ้านต้องกินเนื้อวัวเน่าเพื่อประทังชีวิต  หรือแม้กระทั้งไฟฟ้าก็ติดๆดับๆ  ทำให้มีผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาบาลเสียชีวิตจากการขาดไฟฟ้าสูงมากขึ้น  สวัสดิการต่างๆที่เคยได้ก็ถูกลดสวัสดิการลงไป  ผู้คนก็ต่างเดือดร้อนกัน  จากรายงานถูกกล่าวไว้ว่าคนเวเนซุเอลายากจนอดยากขั้นรุนเเรง  คนเฉลี่ย 75%  น้ำหนักลดลงไปกว่า 8 กิโล  และคนร้อยละ 90  คือยากจนแบบสุดขั้ว

การเกิดเงินเฟ้อมีมุมมองได้หลายมุมมอง  หากมองในมุมของประชาชนคือแน่นอนว่าแย่มากๆ  แต่ในอีกมุมนึงคือการล้างหนี้ของทางรัฐบาลด้วย  เช่น  ออกพันธบัตรรัฐบาลหรือทำการกู้เงินในสกุลเงินของตัวเอง  เมื่อเกิดเงินเฟ้อ  หนี้ที่เคยมีสมมติ  1 ล้านโบลิวาร์  ก็ไม่มีค่าเป็นเหมือนการล้างหนี้ไปในตัว  ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า  เช่น  เยอรมัน  การล้างหนี้ก็ดูเหมือนว่าทางรัฐบาลเองจะได้ประโยชน์  แต่สิ่งที่เจ็บปวดนั้นคือ  ประชาชน  ที่ต้องยากจน  อดอยาก  บางครั้งการเกิดเงินเฟ้อเล็กๆเช่น 3% – 5%  หรือในบางประเทศอาจจะ 10%  มันก็ยังไม่ได้เฟ้อเร็วพอที่จะให้ประชาชนเกิดความเอะใจ

ประเทศเวเนซุเอลาเริ่มมีการใช้เงินในสกุลอื่นๆที่มีความรู้สึกว่ามีความเสถียรภาพที่ดีกว่าเงินสกุลโบลิวาร์ของตัวเอง  นั้นคือ บิทคอยน์  ในประเทศเวเนซุเอลามีการสนับสนุนในเรื่องของปริมาณไฟฟ้า  สามารถใช้ไฟฟ้าได้ในราคาที่ถูกมากหรือบางครั้งก็ใช้ฟรี  ทำให้คนมีการแอบขุดบิทคอยน์โดยใช้ไฟฟ้าฟรีของทางรัฐบาล

Screen Shot 2563-08-02 at 15.38.02

ซึ่งการขุดบิทคอยน์ในประเทศเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย  แต่ว่าผู้คนไม่มีทางเลือกเพราะว่าเงินยิ่งถือยิ่งเสื่อมค่า  บางบ้านก็ต้องให้ลูกหลานของตัวเองไปทำงานต่างประเทศเพื่อที่จะนำเงินดอลลาร์เข้ามา  ซึ่งบิทคอยน์ก็เป็นตัวนึงที่มีการใช้ในประเทศเวเนซุเอลาค่อนข้างเยอะ  หลายๆคนอาจจะบอกว่าบิทคอยน์เป็นเรื่องที่ไร้สาระ  ไม่มีพื้นฐาน  ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงแต่เมื่อเทียบกับเงินสกุลโบลิวาร์ของเขามันดูมีค่าเยอะมากกว่า

หากบทความนี้มีความผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมาณ.ที่นี้ด้วย

Related Posts