ภาษาเศรษฐี ตอนที่ 35 | ขายเก่ง! รัฐขายหมดประเทศ ประชาชนอ่วม | บทเรียนวิกฤตอาร์เจนติน่า

ขายเก่ง! รัฐขายหมดประเทศ ประชาชนอ่วม

| บทเรียนวิกฤตอาร์เจนติน่า

Screen Shot 2563-07-16 at 17.08.58

ประเทศอาร์เจนติน่าเป็นประเทศนึงที่ร่ำรวยระดับต้นๆของโลก  อาร์เจนติน่าถือว่าเป็นกลุ่มละตินอเมริกาที่ค่อยข้างน่าอิจฉามากๆ  เพราะว่า มีน้ำมันดิบ  กำลังการผลิตของอาร์เจนติน่าเป็นอันดับที่ 26 ของโลก  และยังอยู่ในเขตภูมิภาคอบอุ่น  การปลูกพืชผัก  ค่อยข้างดี  นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุอีกมากมาย  เช่น ลิเธียมหรือแร่เงิน  ซึ่งแร่ลิเธียมเป็นแร่ที่สำคัญในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์รวมไปทั้งสมาร์ทโฟนด้วย

Screen Shot 2563-07-16 at 17.15.09

ซึ่งสามเหลี่ยมลิเธียม  เป็นพื้นที่ที่มีแร่ธาตุแร่ลิเธียมมากที่สุดในโลกอยู่ในบริเวณอาร์เจนติน่า ชิลี โบลิเวีย  ซึ่งประเทศที่มีทรัพยากรที่ดีในโลกมักจะเป็นที่หมายตาของชาวต่างชาติหรือนายทุนต่างชาติ  หรือแม้แต่กระทั่งเจ้าโลกเองก็ตาม  ถ้าหากมองในเรื่องของทรัพยากรหรือความอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งแร่ธาตุมีค่า  มีทั้งเกษตรกรรมที่ดี  และยังมีน้ำมัน  จึงไม่แปลกใจเลยว่าที่อาร์เจนติน่าจะมีรายได้ของประชากรต่อคน  เป็นอันดับที่ 10 ในปี  1913  แต่ในความจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเพราะว่า GDP  ของอาร์เจนติน่าเองมีความผันผวนมาก  มีการบวกติดลบสลับไปมาอยู่ตลอดเวลา  ดังภาพ

Screen Shot 2563-07-16 at 17.25.49

ซึ่งหากลองมองดูจากกราฟคุณจะเห็นได้ว่าความผันผวนทางเศรษฐกิจสูงมากๆ  โดยหากวัดจาก GDP  ไม่เคยมีครั้งไหนที่เติบโตเกิน 5 ปีติดต่อกันในรอบ 60 ปีที่ผ่านมา

1200px-Juan_Perón_1946

หากย้อนกลับไปที่จุดต้นตอว่าอะไรที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อมหาศาล  เกิดวิกฤตเศรษฐกิจเยอะขนาดนี้  ต้องขอเล่าย้อนกลับไปในปี 1946 รัฐบาลของนายฆวน เปรอน  ได้มีนโนบาลประชานิยมอย่างหนักหน่วงอุดหนุนสินค้าทางการเกษตร  อุดหนุนพลังงานต่างๆให้ใช้ได้อย่างถูกมากๆ  ประชาชนก็มีความสุขและรักนายฆวน เปรอน  เป็นอย่างยิ่งเขาจึงได้ดำรงตำแหน่งถึง 3 สมัย ร่วมกว่า 10 ปีด้วยกัน  แต่เนื่องด้วยการทำประชานิยมต้องยอมรับว่ามันมีผลเสียในระยะยาว  เพราะว่าประชาชนเริ่มที่จะมีความสุขสุขสบาย  จึงความย่ามใจ  คิดว่าไม่จำเป็นต้องพัฒนาของผลผลิตทางผลิตภัณฑ์  ไม่จำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพ  ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้  เพราะว่ารัฐบาลเองก็อุดหนุนและรับซื้ออยู่แล้วทำให้ productivity โดยรวมแย่และลดลง  ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่รัฐบาลจะต้องรับภาระขาดทุนอยู่อย่างต่อเนื่อง  ทำให้งบประมาณของทางประเทศขาดดุลต่อเนื่องไปเรื่อยๆ  เมื่อรัฐบาลพิมพ์เงินเข้าช่วยเงินจึงเกิดการเฟ้อขึ้นไปเรื่อยๆ  เศรษฐกิจเริ่มตกต่ำอย่างหนักทำให้นายฆวน เปรอน ถูกรัฐประหาร  ไล่ออกจากประเทศไปเลยแต่ว่านิสัยของประชาชนในประเทศยังเหมือนเดิมนั้นคือการเสพติดประชานิยมเพราะว่า นายฆวน เปรอน  อุดหนุนทุกอย่างกว่า  10 ปี ดังนั้นรัฐบาลใหม่ที่ขึ้นมาแทนหากไม่ทำประชานิยมประชาชนก็เริ่มลุกขึ้นประท้วงและขับไล่ทันที  มันจึงเกิดเป็นวัฏจักรอย่างนี้ไปเรื่อยๆ  ซึ่งรัฐบาลในตอนนั้นไม่มีทางเลือกอย่างอื่นนอกทำประชานิยมอย่างเดียว  เพราะว่าประชาชนเสพติดประชานิยม  การแจกเงิน  การอุดหนุนต่างๆไปแล้ว  ทำให้การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1983 , ปี 1989 , ปี 2014  และล่าสุดปี 2018  จนกระทั่งในปี 1985  รัฐบาลตัดสินใจที่จะกู้เงินจาก IMF

Screen Shot 2563-07-16 at 17.51.40

โดยกู้เงินติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้  อาร์เจนติน่าเป็นลูกค้าชั้นดีของ IMF เลยก็ว่าได้ คือมีการกู้เงินตลอดและมีบางครั้งที่เบี้ยวหนี้ด้วย  ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้  แต่ว่า IMF ก็ยังปล่อยกู้ได้อยู่ดี  การปล่อยกู้ก็มีเงื่อนไข  การรัดเข็มขัดหรือแม้แต่กระทั่งการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

หลังจากการทำประชานิยมแล้วก็เกิดการคอรัปชั่นมากมายของรัฐบาลทางอาเจนติน่าต้องทำการเลือกครั้งใหญ่  เพราะว่าต้องการเพิ่มผลผลิตในประเทศโดยที่คนในประเทศไม่สามารถสร้างเครื่องจักร  หรือสร้างผลผลิตส่งต่อตลาดได้  จำเป็นที่จะต้องเลือกว่าเมื่อเป็นแบบจะลงทุนเองหรือว่าให้ทุนต่างชาติเข้ามาเลย  ซึ่งทางรัฐบาลอาเจนติน่าเลือกให้ทุนต่างชาติเข้ามา  ดังนั้นทุนต่างชาติก็เข้ามาสัมปทานทุกอย่างในอาร์เจนติน่า  เช่น  รถไฟ , สื่อสารมวลชน , ถนน , การปะปา , ไฟฟ้าซึ่งได้ทำการขายไปเยอะไม่ใช่รัฐวิสาหกิจยังรวมไปถึงห้างสรรพสินค้า ,ร้านอาหาร , ที่ดินทางการเกษตร , ระบบขนส่ง  เรียกได้ว่าเป็นการขายครั้งใหญ่ที่สุดหรือแทบจะขายทุกอย่างเลยก็ว่าได้

IMF เป็นสถานบันทางการเงินที่เก่าแก่ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาในปี 1945  พร้อมกับ World bank ธนาคารกลางอเมริกา  ซึ่งการปล่อยกู้เงินมีเงื่อนไขที่หนักหน่วง  ในส่วนของดอกเบี้ยนั้นไม่เท่าไหร่  ซึ่ง 1 ในนั้นคือการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ  การลดการอุดหนุนประชาชนต่างๆและให้ต่างชาติเข้ามาซื้อทรัพย์สินมากแค่ไหนก็ได้  เมื่อทำการแปรรูปทรัพย์สินต่างๆให้ชาวต่างชาติแล้วก็ทำให้ผลผลิตต่างๆสามารถเเข่งขันได้  มีความลื่นไหลของระบบ  แต่ว่าของดีก็ตามมาด้วยราคาของที่เเพง  ซึ่งในตรงนี้เป็นจุดตายของอาร์เจนติน่าอย่างนึง  คือว่าเมื่อขายสิ่งที่จำเป็น  เช่น  การปะปา ,ไฟฟ้าแล้ว  ด้วยความเสรีทำให้ราคาทุกอย่างดีดตัวสูงขึ้น  ซึ่งสุดท้ายมันส่งผลกระทบต่อคนที่มีรายได้ต่ำหรือว่าคนจน  ทำให้ผู้มีรายได้น้อยในอาร์เจนติน่าที่มีมากกว่า  50%  ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการหรือไม่สามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานได้  เช่น  การปะปา , การไฟฟ้า  จึงทำให้เกิดการประท้วงอยู่บ่อยครั้ง  ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่น่าสนใจมากเพราะว่าการเกิดวิกฤตอาร์เจนติน่า  คือ  เรื่องของเงินเฟ้อ  ซึ่งทางโดยทางตรงกระทบต่าประชาชนเพราะว่าเงินที่เขามีอยู่ในกระเป๋ามันถูกด้อยค่าลงไป  หากนับ 5 ปีย้อนหลังเงินของอาร์เจนติน่าถูกกัดกินไปกว่า 6 เท่า  ประชาชนถูกขโมยเงินยังไม่พอ  รายจ่ายต่างๆที่เป็นสิ่งที่จำเป็นก็สูงขึ้น  ทำให้ตอกย้ำความลำบากของประชาชนเข้าไปเรื่อยๆ

แต่ IMF  ได้ทำการปล่อยกู้ให้อาร์เจนติน่าอย่างบ่อยครั้ง  และต่อเนื่องถึงแม้ว่าอาร์เจนติน่าจะมีการเบี้ยวหนี้  หรือเศรษฐกิจจะติดลบก็ตาม  แต่ก็ยังปล่อยเงินกู้  ถึงแม้ว่าประเทศล้มละลายไปแล้วยังไงก็ยังมีทรัพยากรในประเทศอยู่  อย่าง น้ำมัน , แร่ธาตุต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีเป็นสิ่งที่มีความต้องการของชาวต่างชาติหรือนายทุนต่างๆ

สรุปวิกฤตอาร์เจนติน่า

เนื่องจากการเสพติดประชานิยมของประชาชน  ที่ใช้ของถูก  เคยทำน้อยแล้วได้เงินมากเมื่อทำไปนานๆอย่างต่อเนื่องประชาชนมีความรู้สึกว่าการที่เขาได้รับแบบนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว  แล้วมาวันนึงจะไม่ได้รับก็เกิดความเดือดร้อน  จึงเกิดการประท้วงขึ้นและต่อให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาก็ไม่สามารถตอบสนองต่อประชาชนได้เพราะว่าเรียกร้องเกินความเป็นจริง  เมื่อเกิดการติดลบการขาดดุลก็ทำการพิมพ์จึงทำให้เงินเกิดการเฟ้อเข้าไปอีก  สุดท้ายคนที่ได้รับผลที่ก่อไว้นั้นคือประชาชนนั่นเอง  ประกอบรัฐบาลก็เกิดการคอรัปชั่นอย่างเยอะเช่นเดียวกัน  และทำการขายทรัพยากรในประเทศทุกอย่างในกับชาวต่างชาติ  เพราะว่าเป็นเงื่อนไขของ  IMF  ดังนั้นจึงทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าใช้จ่าย  ค่าสวัสดิการต่างที่สูงเกินความเป็นจริงบวกกับเงินที่ถูกเงินเฟ้อกัดกิน  ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่อยู่อย่างลำบากจนเกิดการประท้วงอยู่บ่อยครั้ง.

ซึ่งบทเรียนที่ได้รับจากอาร์เจนติน่า  คือว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างผลผลิตส่วนบุคคลให้ได้จากการเรียนรู้  จากการสร้างวัตนกรรมต่างๆ  และการเข้ามาของทุนต่างชาติ  จริงอยู่ว่าทำให้ทุกอย่างดีขึ้น  เช่น  ผลผลิตที่ดี  มีวัตนกรรมต่างๆให้ใช้อย่างสะดวกสบายแต่หากรัฐบาลถูกบีบด้วย IMF หรือว่าด้วยเงื่อนไขที่บางครั้งเขาไม่สามารถต่อรองได้  ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่จะเสียเปรียบซึ่งตรงนี้ต่างจากการให้ทุนต่างชาติมาในขณะที่ยังเข้มแข็ง  หากเข้มแข็งจะสามารถต่อรองกับเขาได้  แต่ด้วยรัฐบาลอาร์เจนติน่าไม่ได้มีทางเลือกมากนักเพราะว่าเขาเป็นหนี้อย่างมหาศาลเขาต้องการเงินอย่างเร่งด่วน  จึงได้รับเงื่อนไขที่เยอะขึ้นไป.

บทความนี้หากมีความผิดพลาดประการใดต้องของอภัยมาณ.ที่นี่ด้วย

Related Posts