ภาษาเศรษฐี ตอนที่ 31 | ศึกชิงเบอร์1โลก! อเมริกาเดินหน้ากดดันจีน ซ้ำเติมเศรษฐกิจหนัก

ศึกชิงเบอร์1โลก! อเมริกาเดินหน้ากดดันจีน ซ้ำเติมเศรษฐกิจหนัก

อเมริกาเป็นประเทศที่เป็นมหาอำนาจซึ่งเป็นอันดับ 1 ของโลกมาอย่างยาวนานประมาณ  75-100 ปี  ทั่วทั้งโลกต่างพึ่งพาอเมริกาและใช้เงินสกุลดอลลาร์ในการซื้อขาย  เงินดอลลาร์ถูกใช้งานกว่า  80% ของโลก  ไม่ว่าจะใช้ในการซื้อน้ำมัน  ซื้อโภคภัณฑ์  หรือทำธุรกิจต่างๆระหว่างประเทศต้องใช้เป็นเงินดอลลาร์  ดังนั้นทำให้เงินดอลลาร์เป็นที่ต้องการของโลก  ซึ่งการเป็นเจ้าโลกก็ถูกเปลี่ยนแปลงมาหลายยุค  หลายสมัย  อย่างเช่น  สเปน , ฮอลันดา , อังกฤษ , ฝรั่งเศส  เปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ

ตอนนี้เป็นช่วงของอเมริกาซึ่งในการเปลี่ยนประเทศมหาอำนาจก็จะมีผู้ท้าชิงมาเสมอ  อย่างเช่น  ตอนที่ประเทศสเปนรุ่งเรือง  ผู้ท้าชิงนั้นก็คือประเทศฮอลันดา  ฮอลันดาเป็นประเทศเกิดใหม่ที่มีตลาดหุ้นเป็นที่เเรก  มีการค้าขายที่ดี  และมีเศรษฐกิจที่เฟื้องฟู่  เมื่อเป็นอย่างนี้สเปนเองก็ต้องหนักใจว่าจะถูกท้าชิง  สเปนเองจึงทำการขอให้ทางประเทศฮอลันดายอมสวามิภักดิ์  จ่ายเงินต่างๆนานๆ  แต่ทางฮอลันดาเองไม่ยอมจึงเกิดการรบกันและประเทศอังกฤษก็ช่วย  ทำให้สเปนล่มสลาย

Screen Shot 2563-07-14 at 14.53.34

Screen Shot 2563-07-14 at 14.53.49

ซึ่งในตอนนี้มีความคล้ายกันอยู่ที่ว่าอเมริกาเป็นประเทศอันดับ 1  ของโลก  แต่มีประเทศที่เศรษฐกิจดีเป็นอันดับที่  2 นั่นคือประเทศจีน  ก็ถูกคาดการณ์ไว้ว่าด้วยการเติบโตขนาดนี้และมีประชากรขนาดนี้  ยังไงจีนแซงอเมริกาอยู่แล้วในปี 2030  ที่มีคนทำนายกันไว้  ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกความท้าทายจากเบอร์  2  เพราะว่าเมื่อก่อนนี้ประเทศญี่ปุ่นเองก็เป็นประเทศเศรษฐกิจอันดับ 2  ที่ท้าทายอเมริกาเช่นกัน  ทุกประเทศต่างใช้ของญี่ปุ่น  แต่ญี่ปุ่นเองก็ถูกเบรคความร้อนแรงด้วยเกมกลยุทธ์ของอเมริกาด้วย  เช่นกัน  ทำให้ญี่ปุ่นตกเป็นเบอร์  3  ในปัจจุบัน

ในตอนนี้ประเทศจีนจะตอบโต้อย่างไรกับอเมริกา  ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าประเทศจีนเองก็ถูกโจมตีหนักเช่นกัน  อเมริกามองจีนเป็นศัตรูอันดับ 1 มานานแล้วไม่ใช่แค่ในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์  ในสมัยของ บารัค โอบามา  หรือก่อนหน้านี้เองก็เห็นว่าประเทศจีนคือภัยคุกคามอันดับ 1  ของอเมริกา  ในทางของประเทศจีนนั้นอาจจะไม่ต้องการทำให้อเมริกาล้มสลายเพียงต้องการทำให้ประเทศของเขาเติบโตขึ้น  แต่การเติบโตของประเทศจีนอย่างรวดเร็วมันไปคุกคามประเทศอันดับ 1  อย่างอเมริกา  เพราะว่าอเมริกาใช้เงินดอลลาร์เป็นเงินสกุลหลักของโลกดังนั้นถ้าจะต้องมีเงินสกุลใดสกุลนึงขึ้นมาหรือว่ามีการคานอำนาจขึ้นมา  การควบคุมเศรษฐกิจโลกหรือการควบคุมเงินทั้งหมดก็จะทำได้ยากขึ้น

มีนักวิเคราะห์ได้บอกไว้ว่าประเทศจีนสามารถเป็นประเทศอันดับ  1 ได้ในเรื่องของเศรษฐกิจ  แต่ถ้าเป็นเรื่องของภูมิศาสตร์จีนเป็นเจ้าโลกได้ลำบากมากๆเพราะว่า

Screen Shot 2563-07-14 at 15.06.17    Screen Shot 2563-07-14 at 15.12.56

ประเทศจีนมีพื้นที่ที่ติดทะเลน้อยประกอบกับอีกฝั่งของประเทศถูกล้อมรอบไปแล้ว  จีนมีฝั่งทางออกทางเดียวนั้นก็คือ  ทางฝั่งทะเลจีนใต้  แต่อเมริกามีทางออกทะเล  ถึง 2 ทาง  ในเรื่องของยุทธศาสตร์นั่นดีกว่าเยอะ  ดังนั้นจีนเองต้องหาวิธีการทำการเปิดน่านน้ำของทางทะเลจีนใต้ให้ได้  เพราะว่าทุกครั้งที่จีนโดนสงครามหรือแพ้สงครามจากอังกฤษหรือจากประเทศฝั่งตะวันตกก็โดนปิดล้อมทะเลจีนใต้ตลอดเวลา  ดังนั้นเมื่อจีนได้รับบทเรียนแบบนี้  ก็เลยต้องพยายามอ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้  มีกองทัพจีนและมีข้อพิพากกับประเทศในบริเวณนั้นทั่ว  เช่น ทางเวียดนามหรือแม้กระทั่งฟิลิปปินส์เองก็ตาม  ถ้าจีนไม่ทำแบบนี้จีนก็จะไม่สามารถเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 ได้ต่อให้เศรษฐกิจดีแค่ไหนก็จะถูกถล่มแพ้อยู่ดี  ซึ่งจุดยุทธศาสตร์ก็ได้แก่  ไต้หวัน  เกาหลีเหนือ  เกาหลีใต้  ญี่ปุ่น  และฮ่องกง  ซึ่งจุดต่างๆเหล่านี้เป็นจุดที่มีความอ่อนไหวและมีความขัดแย้งการเมืองระหว่างประเทศเยอะ ถูกแทรกแซงเยอะมาก  กลยุทธ์สำคัญของประเทศจีนนั้นก็คือ  การเชื่อมโยงทวีปทั้ง   3 ทวีปไว้ด้วยกัน

Screen Shot 2563-07-14 at 15.27.42

คือโครงการ  Belt & Road Initiative คือทางสายไหมใหม่ที่เชื่อมโลกทั้งโลกเอาไว้ด้วยกัน  ขับเคลื่อนทางด้านการค้า  การปล่อยกู้  การให้สกุลเงินหยวนมี Demand  ที่มากขึ้นเพราะว่าเมื่อปล่อยกู้เป็นเงินหยวน  เวลาใช้หนี้ก็ต้องใช้เป็นหยวน  ซึ่งยุทธศาสตร์นี้ถือว่าเป็นปรปักษ์ต่ออเมริกาอย่างยิ่งเพราะว่าหากจีนทำเสร็จสมบูรณ์  จะทำให้อำนาจของจีนหรือว่าเงินหยวนจะเข้มแข็งขึ้นมหาศาลและภูมิศาสตร์ต่างๆจะดีขึ้นเยอะกว่าเดิม  ประกอบกับการเติบโตที่รวดเร็วมันก็คุกคามอเมริกาอยู่แล้ว  จึงจะเห็นได้ว่าในช่วงหลังๆ โดนัลด์ ทรัมป์  ก็โจมตีอย่างหนัก

Screen Shot 2563-07-14 at 15.38.09

จากข่าวจะทราบว่าอเมริกาเปิดศึก เทรดวอร์ รอบสองขึ้นภาษีของจีนดังนั้นจึงทำให้บริษัทของจีนที่เป็นโรงงานผลิตที่ส่งออกมาอย่างมหาศาลถูกชะงัก  และขายไม่ได้  ซึ่งก็กระทบก่อนที่จะเกิด covid แล้วหลายคนคงจะทราบ  ทำให้บริษัทจีนหรือโรงงานจีนเองปิดตัวลงเป็นจำนวนมากไม่สั่งของหรือวัตถุดิบจากประเทศไทยเลย

จีนเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตไว  อย่าง SME  หรือ ธุรกิจในประเทศ  จำเป็นต้องพึงพาเงินกู้เป็นหลัก  แต่เมื่อขายของไม่ได้เเละเจอเทรดวอร์  ทำให้ธุรกิจหลายภาคส่วนชะงักและใช้หนี้ไม่ได้  นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนสถานการณ์ Covid

ซึ่งนอกจากเทรดวอร์  ที่โจมตีเศรษฐกิจจีนแล้วยังมีในเรื่องของพลังงานด้วย  จีนเป็นประเทศนึงที่มีความอ่อนแอทางเรื่องของพลังงาน  ก็คือ  บริโภคมากกว่าผลิตได้  ต้องนำเข้าอย่างมหาศาลโดยพันธมิตรหลัก  ได้แก่ รัสเซียและอิหร่าน  ซึ่งรัสเซียก็ถูก  Sanctions หรือคว่ำบาตรไปนานแล้วและอิหร่านเองก็โดยด้วย  ดังนั้นอหร่านก็โดย Sanction  จากรัฐบาลอเมริกา

Screen Shot 2563-07-14 at 16.01.45

ทำให้บริษัทจีนที่ไปพัวพันกับทางอิหร่านต้องโดนแบนไปด้วย  ล่าสุดอเมริกาได้แบนบริษัทโลจิสติกส์นึงของจีนที่ไปทำธุรกิจเรื่องของการบินกับทางอิหร่าน

Screen Shot 2563-07-14 at 16.06.29

และซึ่งก่อนหน้านี้เรื่องของ Huawei  ที่ไปทำธุรกิจร่วมกันกับอิหร่านแล้วก็ทำการเเบน Huawei  เนื่องจากความมั่นคงหรือเรื่องของการดักข้อมูลหรือการขโมยหรือโจรกรรมข้อมูลของ Huawei  ที่ไม่โปร่งใส  Huawei  เป็นบริษัทที่พิเศษอย่างนึง  คือไม่ได้ถูกจดทะเบียนในบริษัทหลักทรัพย์และมีรัฐบาลหนุนหลังอย่างค่อนข้างแน่นอน  Huawei นอกจากจะผลิตเป็นมือถือ  ก็เป็นบริษัทที่วางระบบ  5G ด้วย

ซึ่งภัยคุกคามจริงๆไม่ใช่เรื่องของ 5G  หรือเรื่องของโทรศัพท์มือถือเเต่มันเป็นเรื่องของข้อมูล  ข้อมูลก็เป็นเรื่องของความมั่นคงดังนั้น  ทางอเมริกาเองจะไม่ยอมให้ใช้  Huawei 5G แน่นอน  ทางจีนเองก็มองเช่นเดียวกันในเรื่องของความปลอดภัยในทางด้านข้อมูล  เขาก็พยายามกีดกันบริษัทต่างชาติอเมริกา  อย่างเช่น  Facebook  ไม่ให้เข้ามาในจีนเพราะว่าข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญ  เป็นเรื่องของความมั่นคง

ตอนนี้ก็เห็นว่าโลกถูกแบ่งออกเป็นฝั่งๆ   ข้อมูลไม่สามารถซิงค์กันได้  อย่าง  Google ที่เคยใช้กันทั่วโลกแต่ในวันนี้อาจจะเข้าในประเทศจีนไม่ได้  หรือแม้แต่ Facebook  เองที่พยายามที่จะเข้าจีนเช่นเดียวกันแต่ก็ถูกกีดกั้น

เมื่อในปี 2019 ทางอเมริกาได้สั่ง ให้ Google หรือทางระบบ Android ห้ามลงไปในมือถือของจีนอย่าง Huawai  ซึ่งก็ทำให้หลายๆคนไม่กล้าที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือของ  Huawai  เพราะว่าไม่มีAndroid  ให้ใช้  แต่ไม่นาน Huawai เองก็ได้ประกาศออกมาว่าเขาก็มี OS ของตัวเองชื่อว่า HongMeng OS  นั้นเอง  โทรศัพท์ในประเทศจีนเองมีอยู่หลายแบรนด์ทั้ง Huawai , Oppo , Xiaomi  และ Vivo ซึ่งมีอยู่หลายตัวมากๆ  มีความเป็นไปได้ว่าโทรศัพท์เหล่านี้จะใช้ระบบปฎิบัติการของ Huawai  นั่นคือ HongMeng OS  นั้นเอง  ซึ่งความจริงเรื่องของ OS  ใช้เวลาในการคิดค้นและทดลองค่อนข้างนานกว่าที่จะออกมาใช้งานได้จริง  หมายความทางบริษัทของจีนมีแนวคิดที่จะพึ่งพาตัวเองอยู่แล้วโดยไม่อยากที่จะพึ่งพาซอฟต์แวร์จากทางฝั่งตะวันตก  แต่ในฝั่งซอฟต์แวร์มันสามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ยากเพราะไม่ได้ผูกพันการมากขนาดนั้น  แต่โลกใบนี้ถูกเชื่อมโยงด้วยสายพานที่แทบจะแยกออกจากกันไม่ได้  ซัพพลายเชนต่างๆมันถูกเชื่อมโยงกันดังนั้นจีนเป็นโรงงานผลิตของโลกก็ถูกส่งวัตถุดิบจากประเทศต่างๆ  และก็กระจายออกไปทั่วโลกด้วยต้นทุนที่ถูก  สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญของสมาร์ทโฟนคือ  ไมโครชิพ

Screen Shot 2563-07-14 at 17.33.33

โดยล่าสุดทางอเมริกาก็ให้ Taiwan Semiconductor  ย้ายไปผลิต  ย้ายไปทำโรงงานที่ Factory in Arizona  ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะว่า  Taiwan Semiconductor ก็ทำไมโครชิพ  หรือชิพต่างๆให้กับพวก Apple อยู่แล้ว  โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามขายให้กับ Huawai  ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าห้ามให้  ARM  พัฒนาชิพให้กับ Huawai  จะเริ่มเห็นสงครามในเรื่องของไมโครชิพ  ที่พยายามตัดกำลังไม่ให้ Huawai ได้มีชิพที่ดีไปทั้ง ARM  และ Taiwan Semiconductor เองก็ตาม  ซึ่งไมโครชิพเป็นส่ิงที่จำเป็นในการสร้างหรือผลิตสมาร์ทโฟน

ถ้ามองภาพรวมจะเริ่มเห็นว่าตอนนี้ทางเทคโนโลยีของจีนโดนโจมตีทั้งในด้านของซอฟต์แวร์  หรือ ด้านของไมโครชิพเองก็ตาม  โดยใช้ความสัมพันธ์ทางด้านการเมือง  กฎหมาย  และอำนาจต่างๆ ในการทำการแบนและโจมตี  Huawai  เพื่อไม่ให้ทำการค้าด้วยกันได้  แต่กลับกันทางจีนเองก็ต้องทำสิ่งที่ทดแทนขึ้นมา  และก็อาจจะทำให้การเติบโตชะงักและช้าลง

ในเรื่องของการที่จะทำให้สายพานทั้งโลกมันถูกแบ่งแยก  ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน  ดังนั้นถ้าไม่มีลูกค้าอย่างจีน หรือ Huawai แล้วก็จะทำให้การทำธุรกิจหยุดชะงัก  อาจจะทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นด้วย  เพราะว่าเมื่อก่อนนี้โลกถูกเชื่อมโยงกัน  ใครทำได้ราคาที่ถูกก็ทำไป  ใครทำอะไรได้เก่งก็เป็นผู้รับทำไป  ก็จ้างคนที่เก่งมาทำให้เชื่อมโยงกันเป็นสินค้าชิ้นเดียวเช่น  โทรศัพท์  ประกอบไปด้วยวัตถุหลายๆประเทศนำมาประกอบเข้ารวมกัน  แต่เมื่อเป็นแบบนี้ที่โลกถูกแบ่งแยกออกทุกคนจะต้องทำสิ่งของตัวเองให้เกิดขึ้น  ไม่ต้องพึ่งพากันมากเหมือนเดิม  ทุกคนอาจจะต้องผลิต  ใช้   และขายในประเทศของตัวเอง  และนี้อาจจะเป็นเทรนด์นึงที่โลกถูกแบ่งแยก  โลกต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น  ไม่ใช่วัตถุหรือเครื่องมือต่างๆของต่างประเทศเริ่มที่จะพึ่งพาและขายในประเทศมากขึ้น  นอกจากสงครามเทคโนโลยีต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมด  ยังรวมไปถึงเรื่องของสงครามทางการเมืองด้วย  ล่าสุดทางอเมริกาก็ได้ออกกฎหมายเรื่องของการระเมิดสิทธิมนุษยชนในมณฑล ซินเจียง

ซินเจียง  เป็นมณฑลนึงที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ท่อก๊าซและขนส่งของจีน  หรือว่าทางสายไหมใหม่  มีสงครามทางการเมืองพยายามที่จะประท้วงและขัดแย้งกันมากมาย  มีการแทรกแซงทางด้านการเมือง  ขัดแย้ง  และเกิดความรุนแรงในมณฑลซินเจียงกันเยอะ  โดยสหรัฐอเมริกาได้ทำการร่างกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในซินเจียง  หากนักธุรกิจจีนคนใดที่เข้าข่ายไประเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียงก็จะโดนอายัดทรัพย์ในอเมริกาและโดนแบน  ประกอบกับล่าสุดทางอเมริกาได้ร่างกฎหมายถอนหุ้นจีนที่อยู่ในตลาดอเมริกา  ถ้าถูกจับได้ว่าบริษัทใดมีรัฐบาลจีนหนุนหลังหรือเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน รวมไปถึงอาลีบาบา (Alibaba) , ไป่ตู้  และยังบริษัทอีกมากมายที่ถูกเพ่งเล็งจะถูกถอดถอนออกจากตลาดอเมริกาถ้าจับได้ว่าบริษัทต่างๆเหล่านี้เกี่ยวกับรัฐบาลจีน  ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะถูกถอนออก  นี้เป็นสงครามเรื่องของการเมืองเรื่องของประเทศ

สรุป

จะเริ่มเห็นว่ามีการขัดแย้งกันเพื่อคานอำนาจไม่ให้เบอร์ 2  ขึ้นมาได้ทั้งในเรื่องของการเมือง , การค้าขาย  หรือเเม้แต่เรื่องของเทคโนโลยีเองก็ตาม  สถานการณ์วิกฤต Covid ยังไม่จบลงและยังโดนเทรดวอร์  เข้าไปอีกทำให้เจ็บหนักอยู่เหมือนกัน  และในความขัดเเย้งนี้ไม่ใช่แค่ของ 2 ประเทศเท่านั้น  ทำให้เศรษฐกิจโลกยิ่งซึมและหนักเข้าไปใหญ่  ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรเศรษฐกิจจะแย่ลงแค่ไหนและจะฟื้นฟูขึ้นได้เมื่อไหร่.

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ

หากบทความนี้มีความผิดพลาดประการใดต้องของอภัยมาณ.ที่นี้ด้วย

Related Posts