ภาษาเศรษฐี ตอนที่ 3 | คนรวยล้มบนฟูก

คนรวยล้มบนฟูก 

ถ้าคุณอยากจะรวยคุณต้องรู้จักภาษาของคนรวย  คนรวยกับคนจนใช้ภาษาคนละอย่างกัน  หลายคนถามว่าเป็นภาษาที่คิดบวกหรือเปล่าหรือว่าพูดแต่สิ่งดีๆหรือเปล่า  จริงๆแล้วไม่ใช่ผมหมายถึงภาษาจริงๆหลายคนอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าภาษาที่เราพูดกันไม่รู้เรื่องเป็นยังไงง่ายๆเช่นภาษาหมออย่างเช่น P0, P1 , Pr  อะไรต่างๆ  คือเราฟังได้  แต่เราก็ไม่รู้เรื่องนี่คือหน้าตาของการใช้ภาษาคนละอย่างกันในความเป็นจริงของเราภาษาคนรวยเขาก็มีเหมือนกันคนรวยจะใช้ภาษาอีกแบบนึงที่คนจนฟังแล้วไม่เข้าใจ  พอไม่เข้าใจเราก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรอยู่หรือเขากำลังคิดอะไรอยู่  ในช่วงปี 40 พลเอกชวลิต  ออกมาประกาศเงินบาทลอยตัวในช่วงปี 40 มีใครเข้าใจคำว่า  เงินบาทลอยตัวไหม  เขาใช้คำว่า floating rate การปรับเป็นค่าลอยตัว  แต่ในวันนั้นคือสัญญาณกันล่มของระบบการเงินในประเทศไทยแต่จะมีสักกี่คนที่รู้มันหมายความว่าอย่างไรนี่คือภาษาการเงินและภาษาพวกนี้เยอะมากๆที่คนธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงฟังแล้วไม่เข้าใจ   พอคุณไม่เข้าใจพวกคุณก็ไม่สามารถที่จะจับสัญญาณหรือจะไหวตัวทันหรือว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้  คุณก็มีแต่ต้องยอมรับชะตากรรมพวกนั้น  ซึ่งนอกจากความรู้ทางการเงินแล้วผมอยากให้คุณได้เข้าใจภาษาการเงินด้วยจุดประสงค์คืออยากจะคุณเข้าใจว่าคนรวยเขาทำอะไรอยู่  ไม่ว่าเขาจะดัดแปลงอะไรจะหลอกล่อคุณยังไงคุณจะรู้เท่าทันเขาสุดท้ายคือทำให้คุณสามารถปกป้องความมั่นคง  มั่งคั่งของคุณได้

กฎเกณฑ์แรกของคนรวย  การจัดตั้งบริษัทคุณรู้หรือไม่ว่าการจัดตั้งบริษัทมีที่มาที่ไปอยู่  คือสมัยก่อนพ่อค้าก็จะมีเรือแล้วก็จะเอาสินค้าจากประเทศนึงไปขายยังประเทศนึงแล้วก็รับอีกประเทศนึงกลับมาขายในอีกประเทศนึงประมาณนี้  ซึ่งแต่ละครั้งที่ล่องเรือก็จะมีสินค้าฝากขายมีคนเอาข้าวสารมาฝากขาย  เอาผ้าไหม  เอาอะไรมาฝากขาย  พอสินค้าคนอื่นอยู่ในเรือของเราเยอะขึ้น  เราก็เอาสินค้าพวกนี้ไปตัดไปขายต่างประเทศแต่คุณต้องเข้าใจว่าเรือในสมัยนั้นมันมีโอกาสล่มสูง  โอกาสที่เรือจะล่มมีอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งพอเรือล่มทีนึงเจ้าของเรือเขาก็จะต้องเป็นหนี้เป็นสินมหาศาล  คือล้มละลายได้เลย  เพราะว่าสินค้าของใครไม่รู้เต็มเรือเขาไปหมดและเขาก็ไม่มีปัญญาที่จะไปใช้หนี้ทั้งหมดได้  นั่นจึงเป็นที่มาของบริษัทการจัดจำกัด  การจัดตั้งบริษัทมันมีที่มาก็คือการยอมรับผิดชอบจำกัดหมายความว่าสมมุติปัญหาเกิดขึ้นขาดทุนเกิดขึ้นมันเจ๊งหรือว่าล้มละลายบริษัทจะรับผิดชอบหนี้เท่ากับทุนจดทะเบียนของบริษัทเท่านั้นถ้าคุณลองคิดดีๆคุณจะรู้สึกว่าคำตรงนี้การจำกัดความรับผิดชอบมันส่งผลดีต่อเจ้าของบริษัทการเดินเรือสมัยก่อนมันมีความเสี่ยงสูง   เช่น  การเรือล่มพายุเข้า  แต่เมื่อก่อน  ก่อนที่จะจัดตั้งบริษัทเรือล่มที่นึง คนเป็นหนี้ล้มละลายติดคุกหัวโต  เป็นหนี้มหาศาล  แต่พอเกิดมีบริษัทมีแล้วรับผิดชอบเพียงแค่ทุนจดทะเบียน  จริงอยู่ที่ว่าถึงคุณจะล้มละลายเรือล่มมันก็ยังรับผิดชอบเท่าที่คุณจดทะเบียนไว้เป็นการป้องกันความเสี่ยงป้องกันทรัพย์สินของเจ้าของบริษัทนี้คือ  กฏข้อแรกของคนนึงที่เขาสร้างมา

ปัจจุบันกฎนี้มันก็ยังอยู่  เปิดบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือว่าบริษัทจํากัดต่างๆ   จำกัดความรับผิดชอบหรือว่าบริษัทมหาชนจำกัด  ซึ่งแต่ละกฎเกณฑ์มันก็จะมีเงื่อนไขของมัน  อยากให้ทุกคนรู้ว่าทุกอย่างที่มันถูกสร้างขึ้นมามันเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของธุรกิจหรือคนรวยนั่นเอง      หลายๆคนไม่ค่อยชอบจดทะเบียนบริษัทชอบเป็นบุคคลธรรมดาหรือว่าพยายามหลีกเลี่ยงพวกเอกสารบัญชีภาษี  แต่คุณรู้ไหมว่าถ้าคุณจะโตควรต้องโตไปในทางสายนี้คือไม่จำเป็นต้องแอบรวยเพราะว่าคนรวยจริงๆเขาทำแบบถูกต้องและที่การทำถูกต้องมันก็มีวิธีหลบเลี่ยงหรือว่าวิธีการลดภาษีอย่างถูกกฎหมายเยอะแยะไปหมด  ขึ้นอยู่กับว่าคุณเข้าใจกฎเกณฑ์ของมันมากน้อยเพียงไหนก็อยากฝากถึงคนทั่วไปที่ทำธุรกิจก็อย่าลืมจดทะเบียนบริษัทด้วยนะเพราะว่าผลดีมันมีมากกว่าผลเสียแน่นอน

สรุปภาษาคนรวย

1. จัดตั้งบริษัท

2. ทุนจดทะเบียน

3. จำกัดความรับผิดชอบ

Related Posts